ถนนหลังโรงเรียน
ถนนหลังโรงเรียน

“กูมีเรื่องจะเล่าให้พวกมึงฟัง” ประโยคนี้มันติดอยู่ในหัวอั๋นมาจนถึงทุกวันนี้เลย มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาเป็นปีแล้ว และเป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนของอั๋นหลายคนคิดที่จะย้ายโรงเรียน แต่จริง ๆ ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ย้ายออกไปจริง ๆ หลัก ๆ ก็จะเป็นแค่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและเผชิญกับเรื่องนั้นตรง ๆ มากกว่าและมันก็คืออั๋นเอง และเรื่องเล่าผีที่จะนำมาเล่าคือเรื่องเล่าผีโรงเรียนจากประสบการณ์ที่อั๋นได้พบเจอมา

     เรื่องนี้เกิดขึ้นกับอั๋นและกลุ่มเพื่อน ๆ เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วก่อนที่ผมจะเข้ามหาวิทยาลัย อาจจะฟังดูเหลือเชื่อไปบ้างเพราะในตอนนั้นอั๋นเองก็ยังเป็นเด็กมัธยมอยู่ซึ่งอาจจะมีจินตนาการที่มันเกินจริงอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็เป็นจินตนาการที่เหมือนจริงมาก ๆ จนแยกไม่ออกเลยล่ะ ตอนนั้นที่อั๋นเรียนอยู่ชั้นม.6 เป็นช่วงที่เขากับเพื่อนหลายคนต้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เด็ก ๆ ทุกคนรู้กันดีว่ามันค่อนข้างที่จะเครียดมาก ๆ เพราะมีแรงกดดันจากหลายทางทั้งในเรื่องของการเลือกเรียนในคณะที่ตัวเองชอบและต้องคิดให้มาก ๆ ว่ามันใช่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ไหม อีกทั้งแรงกดดันจากครอบครัวและการต้องทำคะแนนเกรดในช่วงสุดท้ายให้ได้ดีที่สุดอีกด้วย เพื่อให้การสมัครเรียนต่อจะได้มีความหวังให้ได้รับการพิจารณาบ้าง อั๋นเองก็ไม่ใช่เด็กที่เรียนดีอะไรมากนัก เพื่อนในกลุ่มต้องช่วยกันประคับประคองกันให้มาสนใจเรียนกันมากขึ้นจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง เพราะกลุ่มของอั๋นนั้นไม่ใช่คนที่เรียนเก่งกันมากก็เลยต้องมีคนเข้ามาช่วยติวและช่วยสอนเพิ่มเติม คนนั้นเป็นคนที่เก่งมากคนหนึ่งที่อยู่ในห้องเดียวกันกับอั๋น นั่นก็คือตงจะเรียกว่าเขาเป็นเด็กเนิร์ดก็คงได้เพราะเขาเก่งมากพอ ๆ กับรดาหัวหน้าห้องของอั๋นเลย

     ตงกับรดามักจะถูกครูชื่นชมและเรียกใช้อยู่เสมอ แต่ตงจะแตกต่างจากรดาอยู่พอสมควร รดาเป็นคนที่มีเพื่อนมากและดูจะมีน้ำใจกับทุกคน แต่ตงจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครและจะไม่ค่อยมีใครอยากหรือรู้จักกับเขาเลยสักคน แล้วเหตุผลนี้จึงทำให้อั๋นกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็คืออั๋น ตั้มและบูม เริ่มเข้าหาตง ตงเองคิดอยากจะมีเพื่อนกับเขาบ้าง พอมีคนแกล้งตีสนิทด้วยแล้วก็ได้ผล ตงดูจะดีใจเป็นพิเศษแถมยังชวนพวกอั๋นให้ไปห้องสมุดไปอ่านหนังสือด้วยกัน เอาเข้าจริง ๆ ตงเองก็คงอยากจะเริ่มเข้าสังคมเหมือนกับคนอื่นบ้าง นาน ๆ เข้าก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้นและกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันไปเลย “กูมีเรื่องจะเล่าให้พวกมึงฟัง” ตงพูดขึ้น ตอนที่ทุกคนกำลังนั่งดูหนังสือกันอยู่ในห้องสมุด “อะไรวะ จะเอาตอนนี้เลยเหรอ? โดนด่าแน่ ๆ” “เอาสิวะ” ตงพูดขึ้นเบา ๆ และพวกเขาก็หันไปมองอาจารย์ที่กำลังนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ก่อนจะเห็นด้วยพร้อมกัน

ถนนหลังโรงเรียน
ถนนหลังโรงเรียน

     ตงบอกว่าเรื่องนี้ต้องเล่าเลยเพราะเขาเพิ่งเจอมาเมื่อเช้าแต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันคืออะไร อั๋นกับเพื่อน ๆ ที่เหลือเลยมองหน้ากันแบบงง ๆ ตงลุกขึ้นและเดินนำหน้าคนอื่นไปทันที ทุกคนเดินออกมาจากห้องสมุดและยืนรอกันอยู่ที่ล็อกเกอร์ด้านหน้าห้องสมุดที่มีไว้ให้เก็บของ “มึงมีอะไรจะเล่า ถ้าไม่เด็ดนะมึงโดนแน่” บูมพูดทีเล่นทีจริงกับตงซึ่งจริง ๆ แล้วบูมเองก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ตงเข้าไปอยู่ในกลุ่มแบบนี้ แต่เพราะอั๋นกับตั้มช่วยกันพูดบูมก็เลยไม่อยากจะขัด ส่วนตงนั้นก็คอยช่วยงานและทำให้คะแนนของอั๋นและเพื่อน ๆ ดีขึ้นได้จริง ๆ ซึ่งตงก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งนั่นแหละ “หลังโรงเรียน” “ทำไมวะ มีเรื่องอะไร?” “เคยไปกันใช่ไหม?” ตงทำท่าลีลา จนเพื่อน ๆ เริ่มหงุดหงิด อั๋นกับเพื่อนคนอื่นเลือกที่จะเงียบใส่แล้วตงก็เงียบไป แต่ไม่นานตงก็พูดออกมา “กูเจอผี!” อั๋นตั้มและบูมมองตงแล้วก็รู้สึกขำ ๆ ตอนนั้นพวกเขาไม่คิดว่าเด็กที่เรียนเก่งในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์อย่างตงจะเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้ด้วย “ถนนหลังโรงเรียนเขาปิดไม่ใช่หรอ?” “ปิดไม่ให้รถวิ่ง แต่คนเดินเข้าไปได้นะ” ตงพูดขึ้น

     ทุกคนที่เรียนที่นี่พวกเขาทุกคนก็รู้ดีว่าถนนหลังโรงเรียนนั้นเป็นถนนที่รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ มีการติดป้ายห้ามเอาไว้ แต่ก็มีบางคนที่แอบขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านบ้างเป็นธรรมดาและส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กนักเรียนแม่ค้าขายของและผู้ปกครองที่เดินผ่านไปผ่านมาในช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน ตงบอกกับอั๋นว่าเมื่อวันก่อนที่เขาผ่านถนนหลังโรงเรียนนั้นเขาก็ถามพ่อขึ้นมาว่าทำไมเขาถึงปิดถนนไม่ให้รถวิ่ง พ่อของเขาก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนถนน 2 เส้นนี้ก็เปิดปกติ แต่พอเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ขึ้น พื้นที่ตรงนั้นก็ถูกจัดการอะไรเรียบร้อยแล้วก็ยังเปิดใช้ตามปกติ วันหลังมามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมากก็เลยตัดสินใจปิดถนนไปเลยดีกว่า “มันมีศาลเพียงตาอยู่นะ พวกมึงเคยเห็นใช่ไหม” ตงถามทุกคน แล้วทุกคนรวมถึงอั๋นก็พยักหน้าพร้อมกัน หลังโรงเรียนที่เขาบอกว่าเฮี้ยนมากในตอนกลางคืน “มึงกล้าพิสูจน์ไหมล่ะ ไปพิสูจน์แล้วค่อยมาบอกกูว่ามึงเจอดีหรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรมึงก็ไม่ต้องกลับมาเข้ากลุ่มอีก” บูมก็เดินเข้าไปหาเรื่องตงทันที “ใจเย็นก่อน” ตงมองหน้าอั๋นกับตั้ม สีหน้าของเขาดูแปลก ๆ ไป ก่อนจะบอกกับพวกอั๋นว่าเขาจะพิสูจน์ให้เห็น บูมจะได้ยอมรับเขาสักที หลังจากนั้นตงก็สะพายกระเป๋ากลับออกไปเลย

     วันนั้นพวกเขาทั้งสี่คนก็เลยไม่ได้ออกจากโรงเรียนพร้อมกัน อั๋นและตั้มก็ต่อว่าให้บูมไปบ้าง แต่บูมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกลับชอบใจซะอีกที่ได้แกล้งคนเนิร์ด ๆ อย่างตง “แม่ง! กูไม่ชอบจริง ๆ นะเว้ย เนิร์ดฉิบหายว่ะ” “เนิร์ดยังไงมันก็เป็นคนปกติว่ะ ที่จะช่วยให้คะแนนมึงดีขึ้นแล้วยื่นเข้าวิศวะฯได้” เมื่อบูมได้ยินที่อั๋นพูดแล้วก็โกรธมาก แต่ไม่พูดอะไรแล้วก็เดินหนีอั๋นกับตั้มไป ก่อนที่ตั้มจะกลับบ้านไปก่อนเพราะพ่อของเขาแวะมารับแล้ว อั๋นรอให้แม่มารับแต่กว่าที่แม่เขาจะกลับจากเลิกงานก็คงเย็นมากแล้วแน่ ๆ อั๋นเลยไปหาซื้ออะไรกินก่อนจะกลับมานั่งดูหนังสือรอแม่ อั๋นนั่งไปได้สักพักก็มีคนเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้วย พอเงยหน้าขึ้นมองก็เป็นตง ตงทำหน้าเศร้า ๆ อั๋นจึงบอกว่าอย่าคิดมากแล้วก็จะชวนมาให้ดูงานและอ่านหนังสือด้วยกัน เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงแม่ของอั๋นก็โทรมาบอกว่ารออยู่ที่ด้านหลังโรงเรียนแล้วอั๋นกับตงก็เลยเดินไปที่ด้านหลังโรงเรียนด้วยกัน ตอนนั้นก็เป็นช่วงเวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำเต็มทีแล้ว “พ่อมึงจะมารับตอนไหนวะ ติดรถแม่กูไปลงแถวไหนก่อนไหม?” อั๋นถามตง ตงก็ตอบว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวสักพักคงมารอแถวนี้แหละ” “ถนนหลังโรงเรียนตอนใกล้ค่ำดูน่ากลัวเหมือนที่มึงบอกเลยว่ะ มึงต้องรออยู่คนเดียวไม่กลัวเหรอวะ?” ตงส่ายหน้าแทนคำตอบซึ่งอั๋นก็ไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งเดินผ่านศาลเพียงตาที่ตงพูดถึง อั๋นก็ยกมือไหว้ตามสัญชาตญาณ เพราะไม่อยากจะลบหลู่อะไรแบบนี้ ถึงจะไม่กลัวแต่ขอไม่เจอจะดีกว่า เดินตรงไปอีกสักพักก็เห็นรถของแม่อั๋นจอดอยู่ไม่ไกล อั๋นกำลังจะหันไปเรียกตงแล้วบอกลา แต่เขาก็ไม่เห็นตงซะแล้ว อั๋นมองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นว่าตงยังยืนอยู่ที่หน้าศาลเพียงตา อั๋นเรียกชื่อตงและโบกมือลาก่อนจะขึ้นรถแม่ไป

ถนนหลังโรงเรียน
ถนนหลังโรงเรียน

     วันต่อมาเป็นช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์พอดี อั๋นมีเรียนพิเศษและต้องช่วยแม่ดูแลบ้าน ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนสักเท่าไหร่แต่ก็จะมีคุยกับเพื่อน ๆ ทางแชทบ้าง เช้าวันจันทร์อั๋นก็มาโรงเรียนตามปกติก็เจอกับบูมและตั้ม ไม่นานตงก็เดินเข้ามา บูมที่จ้องจะเล่นงานตงอยู่แล้วก็ทำท่าจะหาเรื่องตงทันที อั๋นเข้าไปห้ามไว้ “บูม…วันนี้มึงไปพิสูจน์กับกูไหม?” ตงพูดขึ้นและท่าทางของบูมก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แล้วบูมก็พยักหน้ารับคำเชิญของตรงไป “มึงไปกันสองคนเลยนะ กูไม่ไปด้วยหรอก” อั๋นกับพี่ตั้มบอกกับทั้งสองคนออกไปแบบนั้น จนกระทั่งวันต่อมาบูมมาที่โรงเรียนแล้วบอกกับอั๋นและตั้ม “กูจะลาออกนะ พวกมึงก็รีบลาออกเถอะ ไม่งั้นมันมาตามพวกมึงแน่!” สิ่งที่บูมพูดถึงอั๋นกับตั้มไม่เข้าใจเลยและไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบูม ส่วนตงก็ไม่มาโรงเรียนเหมือนกัน เย็นวันที่บูมลาออกอั๋นก็ได้กลับบ้านพร้อมแม่ไปตามปกติ ช่วงนั้นก็เป็นเวลาเย็น ๆ เกือบค่ำที่แม่อั๋นมาถึงแล้วมาจอดรถรอที่ด้านหลังของโรงเรียน อั๋นเดินผ่านที่ถนนเส้นนั้นเหมือนกับที่เคยเดินกับตง แต่คราวนี้อั๋นไม่เห็นศาลเพียงตานั้นแล้วแต่กลับเห็นตงตรงที่เคยเป็นศาลเพียงตาแทน

     “มึงเป็นเพื่อนกูไหม?” ตงถามอั๋นตอนที่อั๋นหยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าตง “เออ! ก็เป็นเพื่อนมึงดิ ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนมึงใครจะเป็นวะ โลกส่วนตัวสูงอย่างมึงหาเพื่อนยากจะตาย” ตงไม่ได้พูดอะไรอั๋นก็เลยบอกลาตงแล้วเดินมาขึ้นรถ “คุยกับใครเหรอลูก?” “เพื่อนครับ” “เพื่อนเหรอ ทำไมเดี๋ยวนี้หนูคบเพื่อนแก่จังเลย เขาไม่ได้มาขายอะไรหรือชวนไปทำอะไรไม่ดีใช่ไหม?” อั๋นหันไปมองที่ศาลเพียงตาอีกรอบคราวนี้ที่เห็นนั้นไม่ใช่ตงกลับเป็นใครก็ไม่รู้เป็นผู้ชายร่างผอมกำลังยืนยิ้มให้ “เปล่าครับ” อั๋นตอบไปอย่างนั้นเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดีแล้วแม่ก็บ่นไปตลอดทางเรื่องของการคบเพื่อนและในคืนนั้นอั๋นก็เห็นชายร่างของคนนั้นมาหาเขาที่ห้องและถามอั๋นอีกครั้งว่าเป็นเพื่อนกับเขาใช่ไหม คราวนี้อั๋นปฏิเสธไปจนทำให้เขาโกรธมากแล้วบอกว่าจะมาเอาชีวิตของอั๋นไป อั๋นร้องตะโกนโวยวายลั่นบ้านและตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้แม่ฟัง “นี่อั๋นไม่รู้จริง ๆ เหรอ ว่ามีเด็กไปทุบศาลทิ้ง ทุบทิ้งแล้วเด็กคนนั้นก็สติไม่ดีไปเลยนะ แล้วก็ผูกคอตายที่บ้านของตัวเอง” อั๋นอึ้งกับสิ่งที่แม่พูดเป็นอย่างมาก จากนั้นขนแขนของอั๋นก็ลุกไปทั้งตัว

     ในเวลาตีสองกว่าคืนนั้นอั๋นรีบโทรไปหาบูม แต่ก็ไม่รับสายอั๋นเลยตัดสินใจโทรไปหาตั้มซึ่งตั้มก็รับสายเร็วมาก “เหมือนกันใช่ไหม?” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าพ่อแม่ของตั้มก็ตัดสินใจให้ตั้มลาออกแล้วไปเรียนโรงเรียนอื่นเหมือนกับบูม อั๋นเองก็โดนพ่อกับแม่ให้ทำแบบนั้นเหมือนกัน ทุกวันนี้อั๋นก็ไม่รู้สาเหตุที่ตงทำแบบนั้นเลย ไม่รู้ว่าตอนที่ตงไปพิสูจน์กับบูมมีอะไรเกิดขึ้นบ้างเพราะบูมไม่ยอมเล่า รู้แค่ว่าตงฆ่าตัวตายจริง ๆ แล้วที่อั๋นเห็นก็ไม่ใช่ตงตั้งแต่วันนั้นแล้ว ตอนนี้ศาลเพียงตาได้มีการตั้งขึ้นใหม่และอั๋นก็ยังคงได้ยินเรื่องเล่าจากถนนหลังโรงเรียนเก่าอยู่เรื่อย ๆ ทั้งเรื่องที่มีคนไปวิ่งออกกำลังกายแล้วเจอคนวิ่งสวนกลับมาแล้วคนที่วิ่งมาดันไม่มีขาหรือลอยมานั่นเอง โดยเฉพาะพวกพี่วินที่ชอบใช้เป็นทางลัดในเวลากลางคืน จนเดี๋ยวนี้ไม่มีใครอยากจะผ่านไปตอนกลางคืนสักเท่าไหร่แล้ว ปัจจุบันนี้ทั้งบูมและตั้มก็ไม่อยู่แล้ว ทั้งสองจากไปแล้วซึ่งอั๋นเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ส่วนตงนั้นก็อาจจะไปร้องขออะไรบางอย่างเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงแต่เขาก็ให้ค่าตอบแทนที่คุ้มมากเกินไป และเรื่องราวของอั๋นก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ