คืนหลอนในสวนยาง
คืนหลอนในสวนยาง

หลายคนคงรู้กันดีว่าอาชีพส่วนใหญ่ที่คนใต้ทำกันนั้นนอกจากการประมงแล้วก็ยังมีอาชีพทำสวนยาง กรีดยาง ทำน้ำยางและทำแผ่นยางหาย ซึ่งขายได้ก็อาจจะไม่ได้มากมายนัก แต่หลายครอบครัวก็ยังยึดอาชีพนี้เป็นหลักในการทำมาหากิน เรื่องที่ปั้นจะเล่านั้นเป็นเรื่องเล่าผีเรื่องจริง ซึ่งไม่ใช่เรื่องราวของเขาเองแต่เป็นเรื่องที่เขาได้ฟังมาจากพจน์ซึ่งเป็นคนที่รับจ้างกรีดยางในสวนยางของพ่อปั้น

     ปั้นเองเป็นคนใต้ที่ไปโตที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เด็ก ๆ จึงไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้านเกิดสักเท่าไหร่ จนกระทั่งมีเรื่องให้ต้องย้ายกลับมาทำให้พอจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบนี้บ้างว่าการออกไปกรีดยางนั้นต้องทำเฉพาะในเวลากลางคืน กว่าจะเก็บน้ำยางเอาไปขายหรือทำยางแผ่นเสร็จก็สายแล้ว ปั้นบอกว่ามันเป็นงานที่เหนื่อยเพราะบางครั้งเราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำธุระอย่างอื่นในเวลากลางวันอาจจะนอนไม่เต็มอิ่มสักเท่าไหร่ และเรื่องหลอน ๆ ที่ว่าก็เป็นเรื่องที่พจน์เล่าให้ปั้นฟังตอนที่พจน์มาอยู่เป็นเพื่อนปั้นที่บ้านในช่วงที่พ่อกับแม่ปั้นกลับไปที่กรุงเทพ ฯ ซึ่งบ้านที่ปั้นอยู่ในตอนนั้นเป็นบ้านที่ตั้งเปลี่ยวอยู่โดดเดี่ยวริมถนน ในเวลากลางคืนก็ออกจะน่ากลัวสักหน่อยเพราะมันถูกโอบล้อมไปด้วยความเงียบและป่าต้นยางพารา พจน์นั้นอายุไม่ห่างจากปั้นสักเท่าไหร่ เขายังไม่แก่มากแล้วเขาก็เป็นคนใจดีและทำกับข้าวอร่อยมากด้วย ตอนที่พจน์มาอยู่ด้วยก็ได้ค่าจ้างจากพ่อแม่ของปั้นโดยพจน์มาอยู่เป็นเพื่อนปั้นแทนการกรีดยางในตอนนั้น เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่พายุเข้าพอดี

     ปั้นได้ยินเรื่องเล่ามาจากพจน์ก็เป็นคืนที่ฝนตกหนัก ช่วงนั้นปิดเทอมแล้วพ่อแม่ก็ไม่อยู่ปั้นก็เลยอยู่ดูทีวีกับพจน์สองคนช่วงหัวค่ำแล้วก็เปลี่ยนมาเล่นเกมด้วยกัน สมัยก่อนที่เล่นเป็นเกมเพลย์แต่เพราะพจน์เล่นไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ พวกเขาก็เลยเล่นกันไปสอนกันไปซึ่งก็สนุกไปอีกแบบ เริ่มดึกปั้นก็รู้สึกหิวขึ้นมาอีกรอบเลยคิดจะทำข้าวมื้อดึกกิน พจน์ก็บอกว่าจะกินด้วย ทั้งสองคนหุงข้าวแค่ไม่กี่ถ้วยแล้วพอข้าวสุกก็จะทอดไข่เจียวกินกัน เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็กลับมานั่งดูทีวีอีกครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรน่าดูพวกเขาเลยนั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างนั้นปั้นก็ถามพจน์เกี่ยวกับเรื่องของสวนยางป่ายางไปเรื่อยเพราะเขาไม่เคยเข้าไปแบบจริง ๆ จัง ๆ สักครั้ง “ตอนกลางคืนมันน่ากลัวนะน้องปั้น” “แล้วพี่พจน์เคยเจอดีไหมครับ?” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ปั้นถามออกไปแบบนั้นแต่หลังจากนั้นพจน์ก็หยุดนิ่ง ๆ เงยหน้าขึ้นมามองปั้นด้วยสีหน้าที่ซีดเผือกทันทีเลย เหมือนกับมีเรื่องอะไรบางอย่างไปสะกิดใจเขา “มันก็มีนะน้องปั้น แต่ถ้าเล่าไปแล้วเราก็จะเก็บไปฝันร้ายนะ” ปั้นได้ยินพจน์บอกอย่างนั้นก็นึกกลัวขึ้นมา อีกใจก็คิดอยากจะฟังเพราะเขาเองก็ไม่ได้ฟังเรื่องที่น่ากลัว ๆ หรือว่าเรื่องผีบ่อยมากนัก “พี่…ผมไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่หรอก” ปั้นพูดออกไปแบบนั้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวที่พจน์จะเล่านั้นมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรกันแน่ พจน์นิ่งไปสักพักเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะเล่าให้ปั้นฟังดีหรือเปล่า ก็คงเพราะเห็นสีหน้าและสายตาที่ปั้นจ้องมองตรงไปที่พจน์ก็เลยทำให้เขาเริ่มเอ่ยปากเล่าเรื่องที่ประสบพบเจอมากับตัวเอง

     พจน์เล่าให้ปั้นฟังว่าช่วงก่อนที่เขาจะมารับจ้างกรีดยางให้กับส่วนที่บ้านของปั้นนั้นเขาเคยรับกรีดยางให้กับบ้านหลังหนึ่งที่อยู่คนละฝั่ง ซึ่งอยู่ต่างตำบลที่ไม่ห่างกันมาก ในตอนนั้นพจน์ก็เพิ่งจะเริ่มรับงานแบบเต็มตัวคนเดียวโดยแยกกันทำกับลุงพลพ่อของเขาเอง การแยกกันทำงานแบบนี้ก็จะทำให้มีรายได้เข้ามา 2 ทางแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น แรก ๆ ที่พจน์เข้าไปที่สวนทุกอย่างก็ปกติดีไม่มีอะไร เขาออกจากบ้านไปตอนประมาณเที่ยงคืนกว่า ๆ ถึงที่สวนก็ตีหนึ่งนิด ๆ และเริ่มลงมือกรีดยางกว่าจะเสร็จก็ตีสองเกือบตีสาม จากนั้นเขาก็เดินไปนอนที่กระท่อมเพื่อรอเวลาให้น้ำยางไหลลง พจน์บอกกับปั้นว่ายิ่งช่วงที่น้ำยางดี ๆ ฝนตกตั้งแต่กลางวันแล้วกลางคืนไม่ตกก็จะสบายมาก ๆ ทั้งเรื่องอากาศและน้ำยางที่ได้มาแบบไม่มีน้ำเจือปนเลยก็จะยิ่งดี ช่วงนั้นพจน์ก็เลยขยันเป็นพิเศษกรีดยางทุกวันแบบไม่มีวันหยุด เพราะเขาอยากจะได้เงินมาช่วยครอบครัวและบอกว่าอยากจะซื้อของส่วนตัวที่อยากได้ พจน์กรีดยางไปได้ประมาณเดือนกว่า ๆ จู่ ๆ ก็มีเรื่องเล่าว่ามีชาวบ้านแถวนั้นหายไปแต่ไม่รู้ว่าหายไปได้ยังไง แต่ด้วยความที่ไม่ใช่คนในละแวกบ้านใกล้เคียงด้วย พจน์ก็เลยไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่

คืนหลอนในสวนยาง
คืนหลอนในสวนยาง

     จนกระทั่งคืนหนึ่งที่พจน์ออกไปกรีดยางเป็นปกติเหมือนทุกคืน เขาก็ได้เจอในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอในชีวิต ตอนนั้นพจน์เล่าให้ปั้นฟังว่าเขากำลังกรีดยางเกือบจะหมดสวนแล้ว จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเหมือนมีใครเดินเหยียบย่ำพวกกิ่งไม้ใบไม้ที่อยู่บนพื้นในบริเวณใกล้ ๆ ทีแรกก็คิดว่าอาจจะเป็นหมาจรที่เคยเจอมันมาเดินอยู่สองสามครั้ง แต่ครั้งนี้เขาก็มองหาแต่กลับไม่เจออะไรทั้ง ๆ ที่เสียงนั้นก็ยังดังอยู่และดูเหมือนว่าเสียงจะดังเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง พจน์ใช้ไฟฉายที่ติดอยู่บนหัวส่องมองหาที่มาของเสียงไปเรื่อย จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับหลังของใครบางคนที่ทำเอาพจน์ตกใจมากเหมือนกัน พจน์เอ่ยปากถามคนนั้นออกไปว่าเข้ามาทำอะไรในสวนนี้ แต่คนนั้นก็ไม่ยอมตอบพจน์ก็เลยเดินเข้าไปใกล้ ๆ และเห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ชายที่เขากำลังพยายามเดินไปข้างนอกอย่างช้า ๆ แต่เสียงมันดังแปลก ๆ คล้ายกับเขากำลังลากอะไรบางอย่างไปด้วย พจน์ก็เลยค่อย ๆ มองไล่ไปที่หัวแล้วมองลงไปก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้เขาเกือบจะฉี่ราด ชายคนนั้นกำลังเดินลากไส้ที่หลุดออกมาจากหน้าท้องของตัวเอง เขาเดินไปโดยที่ไม่ได้หันมามองพจน์ ที่พจน์เห็นนั้นคือไส้และเครื่องในต่าง ๆ ที่ลากยาวลงมาถึงพื้นกับเสียงร้องที่ดังโหยหวนทำให้พจน์วิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดอยู่ข้างกระท่อมด้วยความรวดเร็ว

     ในคืนนั้นพจน์เสียงานกรีดยางก็ไม่เสร็จ พอพจน์เล่าให้ลุงพลพ่อของเขาฟังก็โดนว่าหาว่าอยากอู้งาน พจน์มีไข้ขึ้นจริง ๆ ก็เลยได้ลาหยุดพักไปสองวัน ถึงแม้ว่าพจน์จะกล้า ๆ กลัว ๆ และคิดว่าอาจจะคิดไปเองเหมือนที่พ่อเขาว่าแต่เขาก็เชื่ออยู่นิด ๆ ว่าสิ่งที่ตัวเองได้เจออาจจะเป็นของจริงก็ได้ แต่การกรีดยางก็เป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำก็เลยหลีกเลี่ยงที่จะไม่กลับไปทำไม่ได้ หลังจากหายดีแล้วคืนนั้นพจน์ก็กลับไปกรีดยางตามปกติ โดยพจน์ออกจากบ้านเร็วกว่าทุกวันและจะรีบเคลียร์อะไรให้เสร็จเพราะเขากะว่าจะกลับมานอนที่บ้าน โชคไม่เข้าข้างพอเขาไปถึงฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจึงทำให้เขาต้องเข้าไปหลบในกระท่อมเพื่อรอให้ฝนหยุดตก นั่งเล่นนอนเล่นไปได้สักพักพจน์ก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว พจน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะกลัวจะเลยเวลาที่ต้องทำงาน แต่ก็ยังทำไม่ได้อยู่ดีเพราะฝนยังคงตกลงมาอย่างหนัก พจน์คิดว่าเขาคงจะไม่ได้กรีดยางเสียแล้วเพราะฝนตกหนักมาก เขาเลยนอนต่อที่กระท่อมกะว่าตอนเช้า ๆ ฝนน่าจะเบาลงและกลับบ้านได้

     พจน์กลับเข้านอนไปอีกรอบแต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงเดินลากเหมือนกับเมื่อคืนก่อน คืนนั้นฝนตกลงมาอย่างหนักแต่เขากลับรู้สึกเหมือนกับว่ามันเดินวนอยู่รอบ ๆ กระท่อมที่เขาอยู่ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลมากนัก เสียงร้องครวญครางอยู่ในลำคอนั้นมันดังชัดทุกครั้ง พจน์รู้สึกว่ามันเดินวนมาถึงฝั่งที่เขานอนอยู่ พจน์ก็เลยลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบมือถือรุ่นปุ่มกดดูเวลาตอนนั้นมันเพิ่งจะตีสามกว่า ๆ เท่านั้น พจน์บอกกับปั้นว่าเขาเองถึงจะเจอแบบจัง ๆ มาแล้วแต่ก็อยากจะดูให้แน่ใจว่ามันเป็นอะไรกันแน่ เพราะความอยากรู้เพื่อให้ตัวเองแน่ใจจึงทำให้พจน์ตัดสินใจที่จะค่อย ๆ แง้มประตูออกและคอยแอบดูอยู่ตรงช่องประตูนั่น ข้างนอกก็ไม่มีอะไรนอกเสียจากเม็ดฝนและต้นยางที่เอนเอียงไปตามแรงลม ไม่นานสิ่งที่พจน์เห็นเมื่อคืนก่อนก็ค่อย ๆ โผล่มาจากทางด้านขวาของกระท่อม ร่างของชายคนนั้นค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาทางด้านหน้าของประตูกระท่อมท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแต่ร่างของชายคนนั้นไม่เปียกเลย เหมือนกับว่าสายฝนไม่โดนร่างของชายคนนั้น ในความมืดพจน์ก็มองเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นได้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่แต่แน่นอนว่ามือทั้งสองข้างของเขากำลังกุมที่หน้าท้องและพยายามจะกอบโกยพวกเครื่องในของตัวเองที่ไหลออกมาจากท้องให้พยายามกลับเข้าที่อยู่ตลอดเวลา

คืนหลอนในสวนยาง
คืนหลอนในสวนยาง

     ในขณะที่กำลังเดินอยู่ แล้วจู่ ๆ ชายคนนั้นก็หยุดนิ่งแล้วค่อย ๆ ร้องไห้ออกมาเสียงดัง จังหวะเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่พจน์กระพริบตาชายคนนั้นก็หายไปแล้ว พจน์พยายามเปิดประตูออกอีกนิดเพื่อมองให้ชัดเจนมากขึ้น เขาไม่เห็นอะไรเสียงที่ฟังดูก็คุ้น ๆ มันก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง พจน์รีบหันหลังกลับไปมองทันทีก็เห็นว่าชายคนนั้นยืนอยู่ที่ด้านหลัง ไส้ของเขาร่วงลงมากองกับพื้นพร้อมกับเสียงร้องครวญครางและสะอื้นไห้ในคราวเดียวกัน “ช่วยเก็บให้หน่อย ช่วย…ช่วยที” เสียงพูดที่ดังขึ้นนั้นทำเอาพจน์วิ่งออกจากกระท่อมไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฝนตก ก่อนจะรีบไปที่มอเตอร์ไซค์ที่มีกุญแจรถเสียบคาไว้อยู่แล้ว พจน์ขับมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายฝนกลับไปที่บ้าน พอเช้ามืดพ่อของพจน์ก็กลับมาเขาก็ยังมีอาการสั่นกลัวไม่หายและพนมมือขึ้นไหว้พระอยู่แทบจะตลอดเวลา จนพ่อของพจน์เชื่อว่าพจน์น่าจะเจอเข้าจริง ๆ แล้ว เรื่องที่พจน์เจอดีที่สวนยางก็ค่อย ๆ กระจายไปทั่วจนถึงหูของเจ้าของสวน แล้วเขาก็เข้ามาคุยกับพจน์ว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง

     จนกระทั่งเจ้าของสวนให้พจน์พาไปที่สวนเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไปถึงกระท่อมก็พบว่าเปิดประตูทิ้งไว้จริง ๆ ที่นอนหมอนอะไรต่าง ๆ ก็เปียก ๆ ชื้น ๆ จากน้ำฝนนิดหน่อย คนที่ไปด้วยกันคนหนึ่งก็บังเอิญเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ จนไปเจอเข้ากับต้นต่อความหลอนที่ว่านั้น มีคนพบศพของชาวบ้านที่หายตัวไปนอนอยู่ในโพรงหญ้าที่ห่างออกไปจากสวนยางไม่มากนัก สภาพที่ถูกแทงหลายแผลและมีดที่ใช้ก็คงจะไม่ใช่มีดธรรมดา ซึ่งดูแล้วคนทำคงจะมีความแค้นกันอย่างมากเพราะแทงเข้าไปแล้วก็คว้านท้องไปด้วย เป็นเรื่องฆาตกรรมที่เคยเกิดขึ้นในละแวกหมู่บ้านที่ปั้นอยู่ แล้วตำรวจก็สามารถจับคนร้ายได้ซึ่งก็คือผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง โดยมีปัญหากันเรื่องที่ดินที่อยู่ติดกันกับเจ้าของสวนยางที่จ้างพจน์ไปกรีดยางจึงเกิดปัญหาทะเลาะกันบานปลาย จนบันดาลโทสะฆ่ากันแบบนี้

     เรื่องเล่าผีเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่ปั้นได้ฟังแล้วก็รู้สึกขนลุกตลอดทั้งเรื่องเลย ปั้นก็คงต้องขอถอนคำพูดไปเลยว่าที่เขาไม่กลัวผี เพราะถ้าปั้นได้เจออย่างนั้นเข้าจริง ๆ เขาเองก็อาจจะเป็นลมไปเลยก็ได้ไม่ทันได้วิ่งหนีเหมือนกับพจน์ และเรื่องเล่าของปั้นที่ได้ฟังมาจากพจน์ก็มีเพียงเท่านี้ค่ะ