ขอพร
ขอพร

สวัสดีค่ะเรื่องเล่าผีเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าผีจากประสบการณ์จริงของเอฟค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาที่เราก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เอฟเจอนั้นมันเรียกว่าอะไรกันแน่

     เอฟเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องที่เขาจะเล่าต่อจากนี้จะเป็นเรื่องผีที่น่ากลัวสำหรับใครหลายคนหรือเปล่า แต่สำหรับเขามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ากลัวและฝังใจเขามาก ๆ ต้องขอบอกก่อนว่าเอฟเองก็ไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องผีมาก่อนแต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นกับเอฟนานมากแล้วซึ่งเป็นเรื่องราวที่เขาอยากจะให้ทุกคนที่ได้ฟังและช่วยกันหาคำตอบแล้วบอกเขาด้วยว่ามันจะเป็นผีหรือปีศาจอย่างที่เขาเข้าใจหรือเปล่า เอฟนับถือศาสนาคริสต์และแน่นอนว่าความรักจากพระเจ้าคือสิ่งที่เขาต้องการเหนือสิ่งอื่นใด ครอบครัวของเอฟจะเรียกว่าเป็นคริสตชนที่เคร่งมาก ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะนับถือศาสนาคริสต์กันมาตั้งแต่ต้นบรรพบุรุษ เรื่องราวของเอฟใครที่ไม่เชื่อหรืออยากจะฟังแค่เพื่อความบันเทิงไม่ว่าจะแบบไหนก็ขอให้มีโชคดีเกิดขึ้นกับทุกคนนะคะ

     ย้อนกลับไปในช่วงที่เอฟยังเป็นเด็กตอนนั้นเขาเรียนอยู่ถ้าเทียบชั้นในตอนนี้ก็ประมาณ ม.4-ม.5 เอฟเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเขาไม่ค่อยชอบที่จะสุงสิงกับใครและไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขาด้วย มันจะทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนแปลก ๆ ในสายตาของเด็กรุ่นเดียวกัน ในสมัยก่อนการรังแกหรือที่เรียกกันว่าบูลลี่ในโรงเรียนมันก็เยอะมาก เอฟก็เป็นหนึ่งในคนที่โดนรังแกและคนที่รังแกเขาไปบ่อย ๆ ก็คือก้องและกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขา แรก ๆ ก็ไม่ได้โดนอะไรหนักมากแต่พอนาน ๆ เข้าก็เริ่มจะมีการกระทำที่รุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นเลือดตกยางออก และเริ่มหนักมากขึ้นอีกเรื่อย ๆ จนถึงขั้นแขนหักเลย ตอนนั้นพ่อและแม่ของเอฟที่รู้เรื่องหลังจากที่ไม่ได้สนใจเอฟมานานเพราะมัวแต่ทำงานหาเงินก็ได้ไปที่โรงเรียนและอยากจะเอาเรื่องกับพรรคพวกของก้องให้ถึงที่สุด แต่ก้องเป็นลูกของรองผู้อำนวยการโรงเรียนและทำให้ทุกอย่างจบลงที่เสียค่าทำขวัญและเสียค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น

     พรรคพวกของก้องไม่ได้โดนทำโทษอะไร ถามว่าเอฟโกรธไหมในตอนนั้น เขายอมรับว่าโกรธมากที่เป็นฝ่ายโดนรังแกอยู่ตลอดและไม่สามารถที่จะตอบโต้อะไรได้เลย มันทำให้เขาอึดอัดแล้วยิ่งกลายเป็นเด็กที่มีเจ็บปวดมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ครั้งหนึ่งที่มีโครงงานที่เอฟทำเพื่อไปส่งครูพวกของก้องก็เข้ามาทำให้โครงงานของเอฟที่เอฟต้องอดหลับอดนอนทำมาทั้งคืนนั้นพังลง มันทำให้เขาหมดความอดทน สิ่งที่เขาทำลงไปก็คือการตอบโต้กลับ ด้วยการเอาเก้าอี้ทุ่มใส่ก้องจนทำให้ก้องต้องเข้าโรงพยาบาล เอฟเองที่พ่อแม่มองว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาอยู่แล้วก็ถูกส่งเข้าสถานพินิจ และเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่สนใจหนักมากกว่าเดิมแล้วเริ่มดิ่งลงเหวมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิตหรือผู้คนรอบข้าง จนคืนหนึ่งที่เอฟนอนหลับอยู่ในคืนที่ 8 เอฟคอยนับทุก ๆ วันที่จะได้ออกจากสถานพินิจ เขาฝันถึงผู้ชายคนหนึ่งที่มาหาในชุดสีดำทั้งตัวเขาถามเอฟว่าอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นไหม เอฟได้ตอบไปอย่างไม่ลังเลในฝันว่าใช่ เขาอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ก่อนที่คำถามของผู้ชายคนนั้นจะถามกับเอฟ “ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็พร้อมที่จะแลกใช่ไหม?” ในความฝันนั้นเอฟจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตอบไปว่าอะไร

ขอพร
ขอพร

     เช้าวันต่อมาจู่ ๆ เอฟก็ได้ออกมาจากสถานพินิจและพ่อกับแม่ก็ดูจะทำดีกับเขาจนผิดปกติ มันทำให้เอฟงงว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเรื่องบังเอิญหรืออะไรทำไมเขาถึงออกมาได้ง่าย ๆ เพราะในความเป็นจริงแล้วมันต้องทำเรื่องหลายขั้นตอนมาก ๆ กว่าที่จะออกมาได้เพราะเป็นคำสั่งทางกฎหมาย “พ่อเขาได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิม มีรถให้ขับ มีบ้านให้อยู่ฟรี ต่อไปพ่อกับแม่จะได้มีเวลาให้กับเอฟมากขึ้นนะ” เมื่อแม่เอฟพูดจบแล้วเอฟก็รู้สึกตื้นตันเหมือนจะร้องไห้ออกมา เอฟกลับมาที่บ้านก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเลย เอฟก็กลับไปที่โรงเรียนในวันต่อมาและได้เจอกับก้องและพวกเพื่อน ๆ ของก้อง จู่ ๆ เขาก็เดินเข้ามาขอโทษเอฟและบอกกับเอฟว่าทุกอย่างเขาเป็นคนผิดเองกลับกลายเป็นว่าในตอนนั้นหลายอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ ในแบบที่เอฟไม่เคยคิดมาก่อน

     หลังจากย้ายบ้านมาพ่อกับแม่ก็มีเวลาให้เอฟมากขึ้นจริง ๆ เอฟมีความรู้สึกว่าอะไรต่าง ๆ กลับกลายเป็นว่าดีกับเขาไปเสียหมดจนเขาเองก็ไม่คิดว่าหลังจากที่เจอเรื่องร้าย ๆ มาพระเจ้าจะช่วยเขาให้ได้พบเจอแต่ความสุขและสิ่งดี ๆ แบบนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ทำให้เอฟได้เจอกับความสุขและสิ่งดี ๆ นั้นมันไม่ใช่พระเจ้าแต่มันคือผีปีศาจหรือซาตานที่เข้ามาในช่วงเวลาที่จิตใจของเขาอ่อนแอและปรารถนาสิ่งที่ต้องการมากที่สุด ตอนแรกเอฟก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะสิ่งชั่วร้ายแต่เมื่อมันมาทวงคืนความสุขให้ชีวิตของใครบางคนไปก็เลยทำให้เขาได้รู้ ต้องย้อนกลับไปอีกหน่อยว่าชีวิตของเอฟนั้นดีขึ้นยังไงบ้าง นอกจากเรื่องของพ่อแม่ที่กลับมาใส่ใจและดูแลเขาแล้ว แม้แต่กับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนใหม่ก็ยังหันมาสนใจในตัวเอฟอย่างไม่น่าเชื่อ เอฟอยู่เฉย ๆ ก็มีคนเข้ามาอยากจะเป็นเพื่อนด้วยจนเขามีกลุ่มเพื่อนเป็นของตัวเองและเป็นครั้งแรกที่เอฟได้เป็นผู้นำคนอื่น กลุ่มเอฟในตอนนั้นก็มีกุ๊ก อิฐ แล้วก็บอม ทุกคนเป็นคนเข้ามาหาเอฟก่อนและคอยช่วยเหลือเอฟทุกอย่าง มันเหมือนเป็นชีวิตในฝันที่ใคร ๆ ก็อยากจะให้มีคนมาเอาใจ คอยปรนนิบัติคอยช่วยเหลือ เพราะมันสบายยังไงล่ะคนเราก็เลยชอบแบบนั้น

     เอฟลองนับดูแล้วจากช่วงเวลานั้นมันก็ครบ 8 เดือนพอดีที่ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปมีความสุขอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน จนกระทั่งคืนนั้นที่เอฟฝันเห็นผู้ชายคนเดิมอีกครั้ง ครั้งนี้เอฟไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลยเขาเพียงแต่เดินเข้ามาหาเอฟพร้อมกับรอยยิ้มแล้วพูดกับเอฟว่า “ได้เวลาแล้วนะ” เอฟสะดุ้งตื่นเพราะเสียงในความฝันนั้นมันน่ากลัวมาก ก่อนที่เขาจะเห็นว่ามีเงาของใครบางคนยืนอยู่ในห้องนอนของเขา และมันก็คือผู้ชายคนนั้น เอฟกล้าสาบานเลยว่าเขาเห็นจริง ๆ รอยยิ้มนั้นยิ้มแค่เพียงเล็กน้อยที่มุมปากเท่านั้น ซึ่งมันก็ทำให้เอฟขนลุกไปทั้งตัวก่อนที่เขาจะหายไปในความมืดของห้อง จากนั้นเอฟรีบออกจากห้องแล้วไปหาพ่อกับแม่ที่ห้องนอนทันที เอฟก็เห็นว่าประตูมันเปิดอ้าไว้อยู่แล้วพอเขาเลื่อนประตูเข้าไปในห้องสิ่งที่ทำให้เขาตกใจแล้วถึงจะเข่าทรุดก็คือภาพของพ่อที่ห้อยอยู่กับโคมไฟภายในบ้านในสภาพที่ลิ้นจุกปาก แล้วแม่ที่นั่งร้องไห้เสียใจอยู่กับพื้น และเชือกก็ดึงเอาโคมไฟล่วงลงมา ไม่มีใครคิดและไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรพ่อของเอฟถึงฆ่าตัวตาย มีเพียงแค่เอฟเท่านั้นที่พอจะนึกออกว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ตอนแรกเอฟก็คิดว่ามันคงจะมีแค่ในหนังเท่านั้นแต่เขาก็คงจะลืมคิดไปว่าในหนังมันก็เอามาจากเรื่องจริง อิงจากสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ

ขอพร
ขอพร

     ตอนนั้นแม่ของเอฟเสียใจมาก ๆ โชคยังดีที่ครอบครัวของเอฟไม่ได้มีหนี้สินอะไรแต่แม่ของเขาก็กลายเป็นคนที่สติไม่ดี บางครั้งก็พูดคนเดียวอยู่คนเดียวไม่ได้เพราะแม่จะทำร้ายร่างกายของตัวเองตลอด เอฟอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังมาก ๆ แต่ก็คิดว่าแม่คงฟังไม่รู้เรื่องแล้ว เอฟไปเรียนไม่ได้จนต้องทำเรื่องเรียนที่บ้านแต่มันก็ยากมาก เขาค่อย ๆ ห่างกับเพื่อนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลับมาเป็นคนที่ไม่มีเพื่อนอีกครั้ง “เอฟ” “ครับแม่” “ถึงเวลาชดใช้คืนแล้วนะ” เอฟตกใจมากที่แม่หันมาเรียกเขาและบอกกับเขาแบบนั้น เอฟรู้สึกกลัวแล้วตกใจจนทำอะไรไม่ถูกก่อนที่แม่จะหมดสติไป แต่เมื่อรวบรวมสติได้เอฟก็รีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที แต่จู่ ๆ แม่ของเอฟก็ลุกขึ้นมาคลานสี่ขามาหาเอฟ แล้วกระโดดขึ้นมาคร่อมตัวเอฟพร้อมกับบีบคออย่างแรง เอฟพยายามดิ้นเท่าไหร่ก็ดิ้นไม่หลุดจนเขาต้องทำร้ายแม่กลับถึงจะหลุดออกมาได้ จากนั้นเอฟก็วิ่งออกมาข้างนอกบ้านก่อนจะเจอกับคนข้างบ้านที่กลับเข้ามาพอดี เอฟรีบตะโกนบอกว่าแม่จะทำร้ายเขา เพื่อนบ้านก็เข้ามาช่วยเขา “เกิดอะไรขึ้น ใจเย็น ๆ” “แม่…แม่ผมครับ แม่ผมสติไม่ดี เขามาบีบคอผม” ในตอนนั้นเอฟพูดอะไรออกไปแบบหมดเปลือกไม่เหลืออะไรเลย แต่แม่ที่เดินออกมาจากบ้านเอฟตามเขามาก็มีอาการปกติดีปกติได้แบบที่ไม่เหมือนกับตอนที่เข้ามาทำร้ายเอฟ “เมื่อสักครู่ขอโทษด้วยนะคะ พอดีลูกชายแกเครียด ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” แม่ของเอฟพูดออกมาดูปกติมาก ๆ มันทำให้เอฟกลายเป็นเด็กที่ไม่ดีไปเลย เพื่อนบ้านคนนั้นก็เลยไม่ได้สนใจต่อและมองว่าเป็นเรื่องของคนในครอบครัวไป เอฟเดินตามแม่กลับเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ในใจก็คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า คืนนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว พอตื่นเช้าขึ้นมาถึงได้เจอกับรอยช้ำที่เป็นรอยมืออยู่ที่คอของเอฟ

     วันต่อมาเอฟตัดสินใจไปที่โบสถ์และเล่าเรื่องทุกอย่างให้กับหลวงพ่อที่เขาเจอบ่อยตอนที่มาโบสถ์ เอฟเล่าให้ท่านฟัง หลวงพ่อบอกกับเอฟว่าเขาคงช่วยอะไรได้ไม่มากแต่ก็จะลองหาทางช่วยดู แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหมเพราะมันเป็นการรับปากเขาไปแล้ว เพราะถ้ารับปากแล้วก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ทำตามที่รับปากเขาไว้ “เอาไม้กางเขนนี้ไปนะ ทำใจให้สงบ ขอพระเจ้าอวยพร” เอฟยังไม่ได้รับไม้กางเขนมาจากหลวงพ่อจู่ ๆ หัวไม้กางเขนก็หักลงไปดื้อ ๆ แบบที่ทั้งเอฟและหลวงพ่อเองก็ตกใจไม่ต่างกัน หลวงพ่อบอกให้เอฟรีบออกไปจากโบสถ์แล้วบอกอีกว่าไม่ต้องกลับเข้ามาอีก ในตอนนั้นเอฟหมดที่พึ่งแล้วและไม่อยากจะกลับบ้านไปเจอแม่แล้ว ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องกลับไปที่บ้านอยู่ดี เอฟเดินกลับไปบ้านก็เจอแม่นั่งอยู่ที่เก้าอี้โยกภายในบ้าน “กลับไปแล้วเหรอ กินอะไรมาหรือยัง กับข้าววางอยู่บนโต๊ะนะ” แม่พูดเหมือนกับว่าเมื่อวันก่อนเขาไม่ได้ทำอะไรเอฟ พอเข้าไปในครัวที่โต๊ะมีไข่เจียวกับแกงอะไรสักอย่างที่เอฟก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ใจมากที่สุดก็คือเหตุการณ์ในวันนั้นที่แม่เข้ามาในครัวแล้วเรียกชื่อเอฟแล้วก็เอากรรไกรที่ถืออยู่ในมือแทงเข้าที่คอของตัวเอง “หมดแล้วนะ แล้วเจอกันอีก” เลือดของแม่กระเด็นใส่กับข้าวและสาดมาที่เอฟ ตอนนั้นเอฟช็อกมาก และได้แต่นั่งนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้นทบทวนเรื่องราวทุกอย่างจนถึงเช้า

     เอฟก็เริ่มได้สติและออกมานอกบ้านเจอกับเพื่อนบ้าน และเรื่องราวทุกอย่างก็จบลง และเอฟก็ถูกส่งตัวให้ไปอยู่กับญาติฝั่งพ่อ แล้วต้องเข้าพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดจิตอยู่นานหลายปี กว่าที่เขาจะยอมกลับมาพูดอีกครั้งได้จนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันนี้ชีวิตของเอฟก็เหมือนคนธรรมดาปกติทั่วไป ทุกอย่างที่เขาได้เล่าให้ฟังนั้นก็เป็นเรื่องราวที่นานมากแล้ว ปัจจุบันเอฟไม่ได้มีครอบครัวแต่ก็อายุเยอะมากแล้ว สำหรับเรื่องราวของเอฟนั้นเพียงแค่อยากจะบอกว่าใครที่นับถือเหมือนกันกับเขาก็อย่าได้ลอง อย่าไปตกลงรับปากอะไรกับพวกปีศาจซาตานเพราะการชดใช้ค่าตอบแทนนั้นมันไม่คุ้มค่าเลย แล้วสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับมนุษย์ที่พอจะตอบแทนพวกมันได้ก็คือชีวิต ถ้าไม่ใช่ชีวิตของเราก็เป็นชีวิตของคนที่เรารักหรือคนรอบข้างที่เราแคร์มากที่สุด